<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[อินโฟกราฟิก]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/index/id/5</link>
<atom:link href="https://www.queensirikit.th/th/content/category/index/id/5" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยความรักในธรรมชาติ โดยเฉพาะพรรณไม้ไทย ซึ่งมีหลายชนิดที่ทรงโปรดและทรงให้ความสนพระราชหฤทัยเป็นพิเศษ]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/5/iid/450512</link>
<guid isPermaLink="false">ad26ec2da2ef7d2a79af8b344eb5794d</guid>
<pubDate>Wed, 03 Dec 2025 14:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ในบรรดาพรรณไม้ที่ทรงโปรดทั้งหลาย ทรงพระราชนิพนธ์คำกลอนไว้ ๔ ชนิด ได้แก่ &ldquo;กุหลาบไกลกังวล - สายหยุด &ndash; นางแย้ม &ndash; กลางบึง&rdquo; แต่ละบทสะท้อนพระอัจฉริยภาพทางกวีนิพนธ์ ถ่ายทอดสีสัน กลิ่นอาย และความงดงามของพรรณไม้เหล่านั้นได้อย่างอ่อนหวาน ละเมียดละไม และลุ่มลึก</p>

<p>พระราชนิพนธ์คำกลอนทั้งสี่บทนี้ สะท้อนพระอัจฉริยภาพด้านกวีนิพนธ์ ถ่ายทอดความงาม สีสัน และกลิ่นอายของดอกไม้ไทยอย่างละเมียดละไม และแสดงให้เห็นถึง พระราชหฤทัยที่ทรงรักธรรมชาติ และทรงหวงแหนความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าไทย ทั้งยังทรงมุ่งหมายให้ประชาชนร่วมกันอนุรักษ์พรรณไม้และธรรมชาติไทยไว้สืบไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/2025120377ab5518e1d8ce5378479b8d0f30c0f2141103.jpg' type='image/jpg' length='66207' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ดอกไม้ในพระนามาภิไธย (FLOWERS IN THE NAME OF HER MAJESTY QUEEN SIRIKIT THE QUEEN MOTHER)]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/5/iid/438116</link>
<guid isPermaLink="false">3e38e5f6e95522b6c56cb15381837a64</guid>
<pubDate>Tue, 04 Nov 2025 18:55:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/20251104d6c93a4b23c167a4826cbfe9c387f489185536.png' type='image/png' length='306855' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“8 ชุดไทยพระราชนิยม” พระอัจฉริยภาพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/5/iid/437708</link>
<guid isPermaLink="false">3fd4a530cc2d251c68e944ff8fef7cf3</guid>
<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 19:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&quot;ชุดไทยพระราชนิยม&quot; ถือเป็นเครื่องแต่งกายแบบไทยของสตรี ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงริเริ่มเมื่อ พ.ศ. 2503 ให้มีการศึกษาค้นคว้าเครื่องแต่งกายสตรีไทยสมัยต่างๆ และออกแบบเพื่อทรงใช้เป็นฉลองพระองค์ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ ทั้งในทวีปอเมริกาและยุโรป</p>

<p>นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำผลงานจากช่างฝีมือของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ไปจัดแสดงด้วยเสมอ นับเป็นการส่งเสริมผ้าทอ และงานศิลปหัตถกรรมของไทย ให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก</p>

<p>&ldquo;ชุดไทยพระราชนิยม&rdquo; เป็นเครื่องแต่งกายที่สะท้อนถึงความวิจิตร งดงามของวัฒนธรรมไทยจากหลายภูมิภาคของประเทศ ผ่านงานช่างฝีมือและการตัดเย็บอันประณีต ละเอียดอ่อน และสืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ จนถึงรุ่นปัจจุบัน</p>

<p>สำหรับ &ldquo;ชุดไทยพระราชนิยม&rdquo; มีทั้งหมด 8 แบบ โดยแต่ละแบบจะมีความประณีตและความเหมาะสมในโอกาสต่าง ๆ และแต่ละแบบจะตั้งชื่อตามพระที่นั่งสำคัญของไทย ประกอบด้วย</p>

<p>1.&rdquo;ชุดไทยเรือนต้น&rdquo;</p>

<p>รูปแบบที่เรียบ มีความสุภาพ และสะดวกในการเคลื่อนไหว เหมาะสำหรับสวมใส่ในงานกึ่งทางการ หรืองานที่ไม่เป็นพิธีรีตองนัก เช่น งานเลี้ยงแบบไม่เป็นทางการ</p>

<p>2. &ldquo;ชุดไทยจิตรลดา&rdquo;</p>

<p>เป็นชุดไทยที่เรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยความสง่างาม มักถูกเลือกสวมใส่ในโอกาสที่เป็นทางการ อาทิ การต้อนรับแขกเมือง งานพระราชพิธี หรือพิธีสวนสนาม</p>

<p>3. &ldquo;ชุดไทยอมรินทร์&rdquo;</p>

<p>ตัวเสื้อเป็นคอกลมแขนยาว มักปักดิ้นทองหรือดิ้นเงินเพื่อเพิ่มความงดงาม ชุดนี้เหมาะใส่ในงานพิธีการตอนค่ำ</p>

<p>4. &ldquo;ชุดไทยบรมพิมาน&rdquo;</p>

<p>ตัวเสื้อเป็นแขนยาว คอตั้ง คล้ายชุดจิตรลดา แต่มีผ้าสไบหรือผ้าพาดไหล่ เหมาะกับการสวมใส่ในงานพิธีที่ต้องการความสุภาพและความสง่า เหมาะสำหรับงานพิธีการระดับสูง</p>

<p>5. &ldquo;ชุดไทยดุสิต&rdquo;</p>

<p>เสื้อเป็นแขนกุด คอกลมหรือคอเหลี่ยม มักประดับด้วยลูกไม้หรือดิ้นเงิน หรือเลื่อมอย่างประณีต มักใช้สวมใส่ในงานพิธีตอนกลางคืน แทนชุดราตรีแบบตะวันตก</p>

<p>6. &ldquo;ชุดไทยจักรี&rdquo;</p>

<p>ตัวเสื้อเป็นแขนหนึ่งเดียว อีกข้างพันผ้าสไบเฉียงดูหรูหรา ใช้ผ้ายกดิ้นทองหรือเงิน</p>

<p>นิยมสวมใส่ในงานแต่งงาน หรืองานกลางคืน</p>

<p>7. &ldquo;ชุดไทยศิวาลัย&rdquo;</p>

<p>ตัวเสื้อแขนยาว คอตั้ง ใช้ผ้ายกหรือผ้าไหม นิยมสวมใส่ในงานพระราชพิธี หรือพิธีทางศาสนา พิธีการที่มีหมายกำหนดการอย่างเคร่งครัด</p>

<p>8. &ldquo;ชุดไทยจักรพรรดิ&rdquo;</p>

<p>เป็นชุดที่หรูหราที่สุดในบรรดาชุดไทยพระราชนิยม ใช้ผ้ายกดิ้นทอง หรือผ้ายกไหมที่มีลวดลายงดงาม ตัดเย็บอย่างประณีต นิยมสวมใส่ในงานพระราชพิธีสำคัญหรือโอกาสพิเศษที่ต้องการความโอ่อ่า</p>

<p>&ldquo;ชุดไทยพระราชนิยม&rdquo; มรดกแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอนุรักษ์ ส่งเสริม และเป็นต้นแบบชุดประจำชาติของสตรีไทย เป็นมรดกแห่งความภูมิใจมาจนถึงปัจจุบัน</p>

<p>และความภาคภูมิใจนี้จะดังกึกก้องและเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกมากขึ้น เมื่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้แจ้งยืนยันว่า รายการ &ldquo;ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ&rdquo; (Chud Thai : The Knowledge, Craftsmanship and Practices of the Thai National Costume) จะถูกบรรจุเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาล ว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) สมัยที่ 21 ในปี 2569</p>

<p>ซึ่งจะทำให้มรดกภูมิปัญหาของไทยได้รับการยกย่อง สะท้อนภาพลักษณ์ความวิจิตรแห่งภูมิปัญญาไทย และยังเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัย ซึ่งจะนำไปสู่การรักษาและเผยแพร่อัตลักษณ์ไทย ให้คงอยู่คู่สังคมโลกได้อย่างภาคภูมิ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/20251103ebeab911e86aa0f59c96b3d4edd1917e193746.jpg' type='image/jpg' length='138519' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[๙ เรื่องราวของ "แม่" ที่คุณอาจจะยังไม่รู้]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/5/iid/437704</link>
<guid isPermaLink="false">f564ab5032d198327d148b530cd83cde</guid>
<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 19:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เพื่อน้อมสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่จะคงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ได้นำเสนอ ๙ เรื่องราว ที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง</p>

<p>๑. พระนามอันเป็นมงคล</p>

<p>พระนาม &quot;สิริกิติ์&quot; ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี (ในรัชกาลที่ ๗) ซึ่งมีความหมายว่า &quot;ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร&quot; เรียกโดยลำลองว่า &quot;คุณหญิงสิริ&quot; ส่วนพระราชสวามีจะทรงเรียกว่า &quot;แม่สิริ&quot;</p>

<p>๒. คำทำนายจากแขกเลี้ยงวัว</p>

<p>ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เล่าว่าเคยมีแขกทำนาย ม.ร.ว.สิริกิต์ ในวัย ๒ พรรษา พูดว่า &quot;ต่อไปจะเป็นมหารานี&quot; ม.ร.ว.สิริกิติ์ ก็เคยเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนๆฟัง และรู้สึกขบขัน ก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องจริงภายใน ๑๕ ปีต่อมา</p>

<p>๓. จุดกำเนิดของรสนิยมแบบองค์แม่</p>

<p>เสด็จไปศึกษาต่อที่ Riante Rive เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงเรียนวิชาพิเศษสำหรับกุลสตรี โดยเฉพาะวิชา ภาษา ศิลปะ และดนตรี</p>

<p>ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสนพระทัยด้านศิลปวัฒนธรรม</p>

<p>๔. ชังแรกพบ... ก่อนเป็นรักนิรันดร์</p>

<p>เคยทรงเปิดเผยกับ BBC ว่า ในการพบเจอกันครั้งแรกในหลวง ร.๙ ทรงปล่อยให้พระองค์ต้องทรงซ้อมถอนสายบัวรอนาน ๓ ชั่วโมง จนเป็นความชังแรกพบ มากกว่ารักแรกพบ จนเมื่อในหลวง ร.๙ ทรงประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรงพระองค์กลับเป็นผู้ที่ในหลวง ร.๙ ทรงนึกถึง จึงได้ทรงไปดูแล และได้ทรงเริ่มเปิดพระทัยนับแต่นั้นมา</p>

<p>๕. มเหสีผู้ทรงขึ้นว่าราชการแทน</p>

<p>ทรงเป็น สมเด็จพระบรมราชินีนาถพระองค์ที่ ๒ ของไทย (ต่อจากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๕) ภายหลังจากพระราชสวามี (รัชกาลที่ ๙) ทรงมีพระราชประสงค์จะผนวชตามโบราณราชประเพณี</p>

<p>๖. พระองค์แม่ แฟชั่นนิสต้าก่อนกาล</p>

<p>ทรงตระหนักว่าฉลองพระองค์ของพระองค์จะเป็นเสมือน &quot;สัญลักษณ์ของประเทศ&quot; จึงมีพระราชประสงค์ให้สตรีไทยมีชุดประจำชาติที่สง่างามและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล นิตยสารแฟชั่นชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ได้จารึกว่าพระองค์ทรงเป็น ๑ ใน ๑๒ สุภาพสตรีที่แต่งกายงามที่สุดในโลก</p>

<p>๗. พระผู้บุกเบิกซอฟท์พาวเวอร์ไทย</p>

<p>นิตยสารแฟชั่นชื่อดังระดับโลกอย่าง Vogue (ฉบับสหรัฐอเมริกา) ได้เผยแพร่พระสิริโฉมของพระองค์ในฉลองพระองค์ชุดไทย ซึ่งถือเป็นการนำเสนอ Soft Power ของไทยสู่เวทีโลกเป็นครั้งแรก ๆ</p>

<p>๘. ฉลองพระองค์เยี่ยมราษฎร</p>

<p>เคยมีพระราชดำรัสว่า การเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในแต่ละหมู่บ้านเป็นเรื่องยากที่จะเสด็จฯ ซ้ำ จึงต้องแต่งฉลองพระองค์ให้เกียรติเจ้าภาพ และทรงเป็นเจ้านายที่เคร่งครัดเรื่องการแต่งกาย เพื่อแสดงถึงความเคารพต่อประชาชน</p>

<p>๙. พระสมัญญา &quot;แม่แห่งชาติ&quot;</p>

<p>เป็นที่มาของการกำหนดให้วันที่ ๑๒ สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ จากพระราชกรณียกิจในการดูแลและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วประเทศเสมือนแม่ดูแลลูก</p>

<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZUFtDTnZtOIeC9mM8NNK666pq8kgdm9q6Tol2WBdxPWIt73oDgIbLMHXs5AOCioTKz-xNW2_yFES9E3uSkuGfiE62H2fqyPos-P9493ztPKV95NEAqezn30K8qIeD2lc_XQLbwPfg1E6j8TknxstFFFNoKeFy6rHbH9jgFy-8qv8d1djPZeQ9UQzPSl-kw1yWISw5gxF89Eq0AaIFHaDA9bZ_2EOXlnTSsqKklf-y0OLp1PJk9AkGVWsdaRyQa2rjgBmht4vZJb3s4k4kKyxKk-oo43WCVMbXnH-1-orJyhdDl5DUaW-pv39nblhfVVgn7YTqfzA5VG6Y4oT-OCjjaWZ3TDWFMddUzNSj0sSaml-HrNReXeYMLG58NlLHdYrfNJ_vKA68PnfZFSMVqo1EbPitJJOv21tN9xMDugxsolDTuXDL_8Ov6K6adsMrgGQezpXPmonAKCJymJrBhMqGe3GwTFFHPDBjnK82P6odbq4vGWa8Yz7DK3i4bjWKBSKlSjg30msOeZHqGsjGsJDVMaDYYPl1Gv-8AO6k5YiJIMlEIlU7W1pITd6ZwkiZZBmeuF5FSUvzare5qqa96fA04opIQYwNWbH3xPiXM9Kj9kk31uFir-vfLWBZWBN77_-iw7eC3IiRtGp1Jh6kimbSGsQ3LncGBguEZ11errC_JUAa289OqzxxAlghFkrGQTcSirmtHV-9BCbA611teqkhO8lH9IS9FDPLSxdLOkUPnPW6FQrFpfs7pMP-HRHQLqSpaK14jRvuVaiwfvsB3Z164XjMf7L5qZO3ZRS97GPjKba8927Nedv0Quvc_lj4ThfJch8iDEIEai4NMgvVzN42yoO5umlEKI2wqnnpgj5VFVfrUEJjK7xzglD4bYOTf8qT_1FSBq9BoqMx3RnmNteHPRsHtaApJCCiMGvQcRxs8xGQSyDILWIt1V1oTG90gG6jEh4kRwlxcdUW7zUftZ-R0cydqwD5ss0hSWV9HrcvT5dJA3w3lqoiUe1Couc08UglAcUcmJZQ6h-DLh3v5RxPeJK7LhsRpSFp-AADESayBOG6oZARCZbkgrNrbtvqXU4AZTFETG1FpP5bwxpsX-hhywRhYQnN4ZOmBUvQBIdM3lzS-St88V0RYzQ_uB2zYlm0tXuQS6_1qpzuidPoon4xH0Un6RD4sLcNSsFeBqQHsBmQ4YpwQPCmGmyWtRe_LzNFGRAn2Mx3gGzMEhgQ3DLFQ0tQhx9Ljw3noqWzugeKreTm13xvSGNsIOQf2c0vvxM399VoWUdBYpS7mZci6FK4BpYzSKBD0qRKzpngsT2dZ6kJMy18kqMW8wbMZcSpwVrKydmpBabEjXGtv_zH8chIMVG4fBHphFvR4fJuPCk90hpkUXyaVBteyp_YrgaLZ_n021mFQZlmANoBkqMSbYG-8Bk9InnmKDjzedIMv9A-df89-aM52VSvFGMXKmPQH5sHjSgxeaXrpg55HR9h710AZ6JxZ3iH9MCFnVz1eLXMWqysBxcoK2RPw5bAbIzuYLzS-TsEXPncMxewEG9ehJR6kYAy8hNUBESz6Xzl473PZxzWhEurIS64T5DoOseVuUXFampX_TrvXZ0wq1Z3XNL-vOYLikI-aN8ympmiah_tYs2WLM6B5G0L7DbRTa1Y9pCgtG3CLqzq09pa2HheZv-WMU-Lqb3_kthMVc9tj6wmNypQ" href="https://www.facebook.com/royaljitarsa?__cft__[0]=AZV2KQGlM1lMWGSWwNa0WJVuLPzcXhutgxu1DUcz2L4ENosqpYAhcWWiCZCDR1riMHTHabS5uRLAo-iop9d6_m23bNXqBwN4G-iZ6IW0Yu-DagJX8TaWJNLoD4DF2mF3jc2iGfcenn4rQiCisY-oY-JpkxLJTIUrfNgZbVnKZYGT4A&amp;__tn__=-]K-R" role="link" tabindex="0">ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/20251103ba6f44b792ecc71b41e58ff5a00c298d192725.png' type='image/png' length='222889' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["คะตะ" (ཁ་བཏགས་ อ่านว่า คะ-ตัก) ]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/5/iid/437694</link>
<guid isPermaLink="false">aaa50c85365d3b59993237ee6f92225b</guid>
<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 19:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ผ้าผืนยาวเนื้อบางเบา ใช้ในวัฒนธรรมของชาวทิเบต ภูฏาน และชาวหิมาลัยบางกลุ่ม เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งไมตรีจิต ความบริสุทธิ์ใจ และการอวยพรอันเป็นมงคล เทียบได้กับ &quot;พวงมาลัย&quot; ในวัฒนธรรมไทย รวมทั้งอีกหลายวัฒนธรรมที่ภูมิประเทศเอื้อต่อการปลูกดอกไม้ แต่เนื่องจากในพื้นที่ราบสูงนั้น ดอกไม้ไม่ใช่ของที่หาได้ทั่วไป จึงใช้ผ้าคะตะ เป็นสัญลักษณ์ในการแสดงออกถึงความปรารถนาดีและความเคารพ</p>

<p>ผ้าคะตะ มักทำจากไหมหรือเส้นใยสังเคราะห์ มีสีขาวเป็นหลัก ซึ่งแทนความบริสุทธิ์ ความเมตตา และการตั้งเจตนาดีต่อผู้รับ ตามธรรมเนียม คะตะมักทำจากไหมหรือใยสังเคราะห์ สีขาวบริสุทธิ์ หรือบางครั้งเป็นสีทองและสีเงิน มีลวดลายมงคล เช่น รูป อัษฏมงคล (สัญลักษณ์มงคลแปดประการ) ซึ่งสื่อถึงโชคดี ความสุข และการปกป้องคุ้มครอง</p>

<p>ในชีวิตประจำวันและพิธีการสำคัญ คะตะจะถูนำมาใช้ถวายพระพุทธรูป รูปเคารพ พระสงฆ์ หรือครูบาอาจารย์ เพื่อแสดงความเคารพอย่างสูงสุด พร้อมทั้งขอพรให้ได้รับความคุ้มครองและความเจริญรุ่งเรือง นอกจากนี้ยังใช้มอบแก่แขกผู้มาเยือนในพิธีการต้อนรับ การแสดงความยินดีในโอกาสต่าง ๆ เช่น งานแต่งงาน การขึ้นบ้านใหม่ หรือการเปิดกิจการ รวมไปถึงพิธีอำลาและงานศพ เพื่อส่งมอบพรแห่งความสุข หรือขอให้การเดินทางและการเปลี่ยนผ่านเป็นไปด้วยความราบรื่น</p>

<p>ลักษณะการมอบคะตะนั้น เจ้าภาพจะถือผ้าด้วยสองมือ ยกขึ้นเหนืออกพร้อมก้มศีรษะเล็กน้อย แล้วมอบให้ผู้รับอย่างนอบน้อม หากเป็นการถวายต่อพระหรือผู้ใหญ่ ผู้รับอาจนำผืนผ้ามาคล้องกลับบนไหล่ของผู้มอบ หรือพาดไว้บนพระพุทธรูปและรูปเคารพเพื่อความเป็นสิริมงคล ธรรมเนียมการใช้คะตะจึงเปรียบเสมือนภาษาของใจ ที่ถ่ายทอดความปรารถนาดีอย่างบริสุทธิ์ผ่านผืนผ้าอันเรียบง่าย และเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต</p>

<p>วานนี้ (วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๘) เวลา ๑๐.๑๐ น. สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก มาทรงวางพวงมาลาและผ้าคะตะถวายราชสักการะหน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ และถวายราชสักการะ</p>

<p>ขอขอบคุณ : ทีมงานนักวิชาการ เพจเจริญกรุง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/202511033a53d160cdbc3c6694dc30f8743c3578191144.png' type='image/png' length='264344' />
</item>
</channel>
</rss>
