<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[พระราชประวัติ]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/index/id/3473</link>
<atom:link href="https://www.queensirikit.th/th/content/category/index/id/3473" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[“ท่านงามตลอดเวลา”]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3473/iid/480678</link>
<guid isPermaLink="false">d8058cfb2735f1dae6649f2e1845aa2e</guid>
<pubDate>Fri, 27 Feb 2026 13:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเล่าถึงภาพจำแรกที่มีต่อสมเด็จพระพันปีหลวงว่า คือ &ldquo;ท่านงามตลอดเวลา&rdquo; โดยทรงโปรดการทาพระโอษฐ์สีแดง ไม่ว่าจะเป็นสีแดง Rouge หรือแดงก่ำ เป็นเนื้อ Matte หรือ Satin เป็นส่วนมาก</p>

<p>ครั้งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ทูลกระหม่อมปู่) เคยมีพระราชกระแสหยอกล้อว่า &ldquo;ทาแต่ปากสีแดง&rdquo; ทำให้สมเด็จพระพันปีหลวงทรงลองเปลี่ยนมาใช้โทนสีชมพู แต่ในที่สุดทูลกระหม่อมปู่ก็ทรงหยอกล้ออีกครั้งว่า &ldquo;กลับไปทาสีแดงดีกว่า&rdquo; ราวกับเป็นนัยยะที่เข้าใจร่วมกันว่า สีเดิมนั้นงดงามดีแล้ว</p>

<p>นอกจากนี้ ยังมีเทคนิคส่วนพระองค์คือ การทาพระโอษฐ์ให้เลยขอบพระโอษฐ์จริงออกมาเล็กน้อย เพื่อให้ดูอวบอิ่มและสวยงามยิ่งขึ้น</p>

<p>ที่มา: THE STANDARD POP รายการ 7 Things We Love About... EP.90</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/20260227c44558cf554d6204a38ebab3f5de6fd9132923.jpg' type='image/jpg' length='60072' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ย้อนรำลึกเส้นทางความรักของรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง “รักแรกพบ”]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3473/iid/476302</link>
<guid isPermaLink="false">5033aeb77871bc869788ff9561a82a84</guid>
<pubDate>Sat, 14 Feb 2026 12:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ครั้งหนึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เคยพระราชทานสัมภาษณ์แก่สำนักข่าว BBC เกี่ยวกับ &ldquo;รักแรกพบ&rdquo; ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ความว่า</p>

<p>&ldquo;รักแรกพบ&rdquo;</p>

<p>&ldquo;ฉันไม่รู้ว่าพระองค์ (รัชกาลที่ ๙) ทรงรักฉัน เพราะขณะนั้นฉันมีอายุเพียง ๑๕ ปี และตั้งใจว่าจะเป็นนักเปียโนคอนเสิร์ต&rdquo;</p>

<p>&ldquo;พระองค์ประชวรอย่างหนัก และพำนักอยู่ในโรงพยาบาลตำรวจได้โทรศัพท์แจ้งพระราชชนนีของพระองค์ และพระราชชนนีเสด็จไปทันที แต่แทนที่จะตรัสทักทายพระราชชนนี พระองค์กลับทรงหยิบรูปของฉันออกมาจากกระเป๋า โดยที่ฉันไม่ทราบเลยว่าทรงมีรูปของฉันอยู่ และตรัสว่า &lsquo;ช่วยไปตามเธอมา&rsquo;&rdquo;</p>

<p>&ldquo;ฉันรักเธอ ช่วยไปตามเธอมา&rdquo;</p>

<p>ที่มา: สารคดี Soul of a Nation &ndash; The Royal Family of Thailand (ศูนย์รวมใจของชาติ &ndash; พระราชวงศ์ไทย) โดย BBC News</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/202602149e3251ffbb29083256581d2004dcc563125945.jpg' type='image/jpg' length='65175' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ย้อนรำลึกเส้นทางความรักของรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระบรมราชนนีพันปีหลวง  “เกลียดแรกพบ”]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3473/iid/476297</link>
<guid isPermaLink="false">e8b080625ca5caa4a8aa719450692c87</guid>
<pubDate>Sat, 14 Feb 2026 12:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ครั้งหนึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เคยพระราชทานสัมภาษณ์แก่สำนักข่าว BBC ด้วยพระอารมณ์ขัน เกี่ยวกับเรื่อง &ldquo;ความเกลียดแรกพบ&rdquo; ความว่า</p>

<p>&ldquo;มันเป็นความเกลียดแต่แรกพบ ในฝ่ายของข้าพเจ้า&rdquo;</p>

<p>&ldquo;เพราะพระองค์ (รัชกาลที่ ๙) ตรัสว่าจะเสด็จมาถึงในเวลาสี่โมงเย็น แต่กลับเสด็จมาถึงในเวลาหนึ่งทุ่ม ทรงปล่อยให้ข้าพเจ้ายืนอยู่ตรงนั้น และได้แต่ซ้อมถอนสายบัว ซ้อมแล้วซ้อมอีก ดังนั้นจึงเป็นความเกลียดแต่แรกพบ&rdquo;</p>

<p>&ldquo;จากนั้น มันจึงเป็นความรัก&rdquo;</p>

<p>ที่มา: สารคดี Soul of a Nation &ndash; The Royal Family of Thailand (ศูนย์รวมใจของชาติ &ndash; พระราชวงศ์ไทย) โดย BBC News</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/20260214b3859a174636928b958b99b99a054793125303.jpg' type='image/jpg' length='65351' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พระบรมราชินีผู้เป็นที่พึ่งของประชาชน]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3473/iid/453529</link>
<guid isPermaLink="false">123954f0693d232bb15758c9a8fce1b5</guid>
<pubDate>Thu, 11 Dec 2025 20:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงมีพระราชศรัทธาเสด็จออกทรงพระผนวชในพระบวรพุทธศาสนาตามโบราณราชประเพณี ระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม ถึง ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙ และได้มีพระบรมราชโองการแจ้งให้รัฐบาลทราบว่า ทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์</p>

<p>พระองค์ทรงปฏิบัติภารกิจทั้งปวงลุล่วงเรียบร้อย เป็นที่พอพระราชหฤทัย เมื่อทรงลาผนวชแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เฉลิมพระอิสริยยศสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ขึ้นเป็น &ldquo;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ&rdquo; มีความหมายว่า &lsquo;พระบรมราชินีผู้เป็นที่พึ่งของประชาชน&rsquo;</p>

<p>นับเป็นสมเด็จพระราชินีนาถพระองค์ที่สอง ต่อจากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&rdquo;</p>

<p>ที่มา : หนังสือคู่พระบารมี ศรีแผ่นดิน ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๗</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/20251211b46e4f9b18ad6d4835647e210088afe4201036.jpg' type='image/jpg' length='51754' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทำไมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จึงได้รับสถาปนาเป็น “สมเด็จพระบรมราชินีนาถ”]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3473/iid/452493</link>
<guid isPermaLink="false">c02926ee4b60a9ba88b681da949c614b</guid>
<pubDate>Tue, 09 Dec 2025 13:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชประสงค์จะผนวชเป็นพระภิกษุ ระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม ถึงวันที่ ๕ พฤศจิกายน รวมระยะเวลา ๑๕ วัน จึงต้องมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระองค์ทรงพระราชดำริว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ทรงเป็นผู้มีพระปรีชาสามารถ สามารถรับพระราชภารกิจในคราวนี้ได้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตลอดระยะเวลาที่ทรงผนวช</p>

<p>ต่อมา ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ปีเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการประกาศว่า ตามราชประเพณี เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จะมีประกาศเฉลิมพระนามเป็น &ldquo;สมเด็จพระบรมราชินีนาถ&rdquo; อีกทั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีได้ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจแทนพระองค์ด้วยพระปรีชาสามารถ สนองพระราชประสงค์สำเร็จเรียบร้อย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระนามาภิไธยว่า &ldquo;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ&rdquo;</p>

<p>นับว่าทรงเป็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระองค์ที่ ๒ ของประเทศไทย โดยพระองค์แรกคือ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ (ต่อมาทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง)</p>

<p>สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชกาลที่ ๑๐</p>

<p>ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ วันที่ ๕ พฤษภาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศเฉลิมพระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ซึ่งทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชชนนีของพระองค์ ตามโบราณราชประเพณี เป็น &rdquo;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&rdquo;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/20251209301ab04bf0e9a805dc455428533828e2133859.jpg' type='image/jpg' length='52764' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จุดเริ่มต้นของความรัก จากการเฝ้าเยี่ยมพระอาการ สู่พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3473/iid/452491</link>
<guid isPermaLink="false">972dfdc1ae98af9a213b33eac4b280e1</guid>
<pubDate>Tue, 09 Dec 2025 13:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>รักอมตะ ย้อนรอยพิธีหมั้นภายใน, พระธำมรงค์มงคล และพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสสุดงดงาม</p>

<p>วันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยมีหม่อมหลวงบัวและหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เข้าเฝ้าฯ เยี่ยมพระอาการเป็นประจำ ช่วงเวลาที่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์อยู่เฝ้าฯ ถวายพระราชสวามีที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ ทรงรับเป็นธุระจัดการให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เข้าศึกษาในโรงเรียน Pensionnat Riante Rive โรงเรียนประจำของโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อพระบรมราชสวามีทรงหายจากอาการประชวรแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและครอบครัวมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท สมเด็จพระราชชนนีรับสั่งขอหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ต่อหม่อมเจ้านักขัตรมงคล และทรงประกอบพิธีหมั้นเป็นการภายใน วันที่ ๑๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒ ทรงใช้พระธำมรงค์ที่สมเด็จพระราชบิดาทรงหมั้นสมเด็จพระราชชนนีเป็นพระธำมรงค์หมั้น</p>

<p>หลังจากทรงหมั้นแล้ว หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ยังคงศึกษาต่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินนิวัตประเทศไทย ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระองค์โปรดฯ ให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ตามเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทยด้วย</p>

<p>๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสระหว่างสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จัดขึ้น ณ วังสระปทุม โดยมีสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธาน ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงลงพระปรมาภิไธยในทะเบียนสมรส และโปรดให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร พร้อมทั้งสักขีพยานลงนามในทะเบียนสมรส หลังจากนั้น สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเสด็จออกในพระราชพิธีถวายน้ำพระพุทธมนต์เทพมนต์แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และทรงรดน้ำพระพุทธมนต์เทพมนต์แด่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ในการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสตามโบราณราชประเพณี ต่อมาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ขึ้นเป็น &quot;สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์&quot; พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์</p>

<p>ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ขณะนั้นใช้พระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช) พระราชดำริว่า ตามโบราณราชประเพณี เมื่อพระมหากษัตริย์บรมราชาภิเษกแล้ว ย่อมโปรดให้สถาปนาสมเด็จพระอัครมเหสีขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมราชินี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศสถาปนาสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี หลังจากนั้นสองพระองค์เสด็จฯ กลับไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อทรงรักษาพระองค์และทรงศึกษาต่อ จนกระทั่งพระองค์มีพระประสูติกาลทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี (ครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี) เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระชันษา ๓ เดือน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เสด็จนิวัติประเทศไทย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/202512097cb126f94aaf5f185bbe38a9ccba0100133804.jpg' type='image/jpg' length='71426' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พระราชประวัติเส้นทางการศึกษาและจุดเปลี่ยนชีวิตของ “ม.ร.ว.สิริกิติ์” กว่าจะมาเป็น “พระราชินี” ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ - ย้อนรอยเส้นทางการศึกษาท่ามกลางภัยสงครามโลก]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3473/iid/450119</link>
<guid isPermaLink="false">c1f55c0f1cc23296a59c637a6e20b5a6</guid>
<pubDate>Tue, 02 Dec 2025 15:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ม.ร.ว.สิริกิติ์ทรงเริ่มศึกษาในระดับอนุบาลที่โรงเรียนราชินี ปากคลองตลาด เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙ ขณะยังมีพระชันษา ๔ ปี ต่อมาในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา การโจมตีทางอากาศในจังหวัดพระนครเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้การเดินทางไปโรงเรียนไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย<br />
<br />
ใน พ.ศ. ๒๔๘๓ ม.ร.ว.สิริกิติ์จึงย้ายไปศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ที่ประทับ และทรงเริ่มเรียนเปียโนที่นั่น โดยทรงตั้งพระทัยจะเป็นนักเปียโนผู้มีชื่อเสียงด้านดนตรีสากล<br />
<br />
หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง ม.จ.นักขัตรมงคลได้รับตำแหน่งอัครราชทูตประจำประเทศอังกฤษ จึงพาครอบครัวไปพำนักที่นั่นในกลางปี พ.ศ. ๒๔๘๙ ขณะนั้น ม.ร.ว.สิริกิติ์เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ แล้ว ต่อมาพระบิดาต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่อัครราชทูตประจำประเทศฝรั่งเศสและเดนมาร์ก ก่อนกลับมาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำประเทศอังกฤษอีกครั้ง ระหว่างนั้น ม.ร.ว.สิริกิติ์ทรงตั้งใจฝึกเปียโนอย่างจริงจังเพื่อเตรียมสอบเข้าวิทยาลัยดนตรีชื่อดังในกรุงปารีส<br />
<br />
พ.ศ. ๒๔๙๑ เมื่อครอบครัวประทับอยู่ในกรุงปารีส ได้มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเป็นประจำ เนื่องจากพระองค์เสด็จไปทอดพระเนตรโรงงานรถยนต์อยู่เสมอ จึงทรงคุ้นเคยและเกิดความสนิทสนม ต่อมาเมื่อพระองค์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และต้องประทับรักษาพระองค์ในโรงพยาบาล จึงโปรดให้หม่อมหลวงบัวพาบุตรีทั้งสอง คือ ม.ร.ว.สิริกิติ์ และ ม.ร.ว.บุษบา เข้าเฝ้าเยี่ยมพระอาการเป็นประจำ จนกระทั่งพระอาการทุเลาและเสด็จกลับพระตำหนักได้<br />
<br />
ภายหลัง สมเด็จพระราชชนนี ทรงมีพระราชดำริให้ ม.ร.ว.สิริกิติ์ศึกษาในโรงเรียนประจำที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คือโรงเรียน Riante Rive ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการสอนวิชาพิเศษสำหรับกุลสตรี ทั้งภาษา ศิลปะ ดนตรี วรรณคดี และประวัติศาสตร์</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/20251202f6c104d39436d0cea6a4dc2755b6d78e151904.jpg' type='image/jpg' length='56246' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กำเนิด "แม่สิริ"  ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3473/iid/448630</link>
<guid isPermaLink="false">28a7857499648ed80b672bb7c7b3d1ed</guid>
<pubDate>Fri, 28 Nov 2025 10:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นธิดาในหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร (ภายหลังคือพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ) กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร (ราชสกุลเดิม สนิทวงศ์) เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันศุกร์ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๙ ปีวอก จัตวาศก จ.ศ. ๑๒๙๔ ตรงกับวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ ณ บ้านของพลเอกเจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) บ้านเลขที่ ๑๘๐๘ ถนนพระรามที่ ๖ ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร อันเป็นบ้านของพระอัยกาฝ่ายพระราชมารดา มีพระเชษฐาสองคน คือ หม่อมราชวงศ์กัญยาณกิติ์ กิติยากร และหม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร และมีพระขนิษฐาหนึ่งคนคือ ท่านผู้หญิงบุษบา สธนพงศ์</p>

<p>สำหรับพระนาม &ldquo;สิริกิติ์&rdquo; ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี มีความหมายว่า &ldquo;ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร&rdquo; เรียกโดยลำลองว่า &ldquo;คุณหญิงสิริ&rdquo; ส่วนพระราชสวามีจะทรงเรียกว่า &ldquo;แม่สิริ&rdquo;</p>

<p>หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์อายุราว ๒ ปี ขณะพี่เลี้ยงอุ้มอยู่นั้นก็มีแขกเลี้ยงวัวเข้ามาทำนายทายทักว่าเด็กผู้หญิงคนนี้มีบุญวาสนาได้เป็นราชินีในอนาคต ดังที่ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เล่าไว้ความว่า</p>

<p>วันหนึ่งพี่เลี้ยงอุ้ม ม.ร.ว.สิริกิติ์ เดินเล่น มีแขกยามประจำบ้านมาหากัน แขกเหลือบเห็น ม.ร.ว.สิริกิติ์ ก็จ้องมองพร้อมทั้งกวักมือเรียกพี่เลี้ยงขอให้เห็นใกล้ ๆ หน่อย เมื่อเข้าใกล้มองดูสักครู่ก็พูดว่า &ldquo;ต่อไปจะเป็นมหารานี&rdquo; พี่เลี้ยงได้ฟังก็ชอบใจเที่ยวเล่าให้คุณยายและใครต่อใครฟัง ถึงไม่เชื่อแต่ก็ปลื้มใจ ต่อมาเมื่อ ม.ร.ว.สิริกิติ์ เจริญวัยขึ้น เลยเป็นเหตุให้คุณพี่ชายทั้งสองคนเอามาล้อเลียนเป็นที่ขบขันว่าเป็นราชินีแห่งอบิสซีเนีย (เอธิโอเปียในปัจจุบัน) บางครั้งถึงกับทำให้ผู้ถูกล้อต้องนั่งร้องไห้ด้วยความอายและเจ็บใจ แต่พี่ชายทั้งสองก็ยังไม่หยุดล้อ กลับเอาเศษผ้าขาด ๆ มาทำเป็นธงโบกไปมา พร้อมทั้งบอกว่าเป็นธงประจำตัวของราชินี</p>

<p>เมื่อ ม.ร.ว.สิริกิติ์ ศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ เพื่อน ๆ ขนานนามว่า &ldquo;ราชินีสิริกิติ์&rdquo; มาตั้งแต่นั้น แม้จะเป็นเรื่องขบขันของราชสกุลกิติยากร แต่ไม่มีใครคาดถึงว่าในอีก ๑๕ ปีต่อมาคำทำนายของแขกเลี้ยงวัวผู้นั้นจะเป็นความจริง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/20251128dfc90fea4bd67b82e2f4a7b0d12529a5103742.jpg' type='image/jpg' length='54120' />
</item>
</channel>
</rss>
