<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[บทความ]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/index/id/3427</link>
<atom:link href="https://www.queensirikit.th/th/content/category/index/id/3427" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[จากไร่เลื่อนลอยสู่ "ห้องเรียนกลางขุนเขา"  ดอยม่อนล้าน สร้างรากฐานความรู้เพื่อราษฎรไทยภูเขาอย่างยั่งยืน พลิกวิถีราษฎรไทยภูเขาดอยม่อนล้าน ด้วย "ห้องเรียนกลางขุนเขา"]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3427/iid/539570</link>
<guid isPermaLink="false">04ea7fb34e100a8aa10817b68df858d0</guid>
<pubDate>Mon, 07 Sep 2026 18:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>จากอดีตผืนป่าที่เคยถูกทำลายจากการทำไร่เลื่อนลอยและการปลูกฝิ่น วันนี้ &ldquo;ดอยม่อนล้าน&rdquo; ได้พลิกฟื้นคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ กลายเป็นโมเดลความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน</p>

<p>จุดเริ่มต้นจากพระมหากรุณาธิคุณ</p>

<p>ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2547 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร ณ บ้านอาแย ตำบลป่าไหน่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ในครั้งนั้นทรงทอดพระเนตรเห็นสภาพ &ldquo;ดอยม่อนล้าน&rdquo; ยอดเขาสูงซึ่งเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า ที่ประสบปัญหาความยากจน มีการทำไร่เลื่อนลอย และปลูกฝิ่น จนทำให้ผืนป่าต้นน้ำที่สำคัญถูกทำลายลงอย่างน่าเสียดาย</p>

<p>ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกลและพระเมตตา ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง &ldquo;สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ดอยม่อนล้าน&rdquo; ขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การฟื้นฟูผืนป่าต้นน้ำให้กลับมาสมบูรณ์ ควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพที่มั่นคงเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่</p>

<p>พลิกฟื้นผืนป่า สร้างรายได้สู่ชุมชน</p>

<p>ปัจจุบัน ผลลัพธ์จากพระราชดำริได้ประจักษ์ชัดเจน ผืนป่าต้นน้ำที่เคยแห้งแล้งได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาเขียวชอุ่มครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,950 ไร่ ขณะเดียวกัน ราษฎรใน 3 หมู่บ้านภายใต้การดูแลของสถานีฯ มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างพลิกฝ่ามือ</p>

<p>แต่ก่อนพวกเราลำบากมาก ทำแต่ไร่เลื่อนลอย รายได้ไม่แน่นอน แต่พอมีโครงการพระราชดำริของแม่หลวงเข้ามา ทุกอย่างก็ดีขึ้น ทั้งเรื่องการศึกษา ความเป็นอยู่ และปัญหายาเสพติดที่หมดไป ตอนนี้ชาวบ้านมีรายได้ที่มั่นคง มีความสุข และพร้อมใจกันช่วยดูแลป่าดูแลน้ำตอบแทนพระคุณ&quot; ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่บอกเล่าด้วยความซาบซึ้ง</p>

<p>จากเดิมที่ราษฎรมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนเพียงไม่กี่พันบาทต่อปี ปัจจุบันจากการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมที่ถูกวิธี ทำให้หลายครอบครัวสามารถสร้างรายได้เสริมเพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่นจนถึงหลักแสนบาทต่อปี ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและการศึกษาของบุตรหลานในชุมชนดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม</p>

<p>ห้องเรียนกลางขุนเขา และ &quot;กำไรที่แท้จริง&quot; ของแผ่นดิน</p>

<p>สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงฯ ดอยม่อนล้าน จึงเปรียบเสมือน &ldquo;ห้องเรียนกลางขุนเขา&rdquo; ที่เปิดโอกาสให้ราษฎรและเกษตรกรเข้ามาเรียนรู้ระบบการเกษตรผสมผสานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเพาะปลูก การดูแลปศุสัตว์ ไปจนถึงการแปรรูปผลผลิต ก่อนจะนำองค์ความรู้กลับไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง</p>

<p>นอกจากนี้ สถานีฯ ยังช่วยสร้างงานสร้างอาชีพด้วยการรับแรงงานในชุมชนเข้ามาทำงาน โดยผลผลิตทั้งหมดจะถูกนำออกจำหน่ายเพื่อนำรายได้ส่งคืนให้แก่ศูนย์ศิลปาชีพตามพระราชประสงค์ แม้ว่าในเชิงบริหาร รายรับที่ได้อาจยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่หากมองในมิติของความยั่งยืน...</p>

<p>&quot;เพราะผลกำไรที่แท้จริง ไม่ได้วัดกันที่ มูลค่าที่เป็นเม็ดเงิน หากแต่วัดจากรอยยิ้ม ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และความมั่นคงในชีวิตของประชาชน&quot;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/20260907447a3f4217c88083d2c667fb2c05e24c181826.jpg' type='image/jpg' length='57637' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["...ชีวิตที่มีความสุข ต้องมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ..."]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3427/iid/537071</link>
<guid isPermaLink="false">82f2b6e84653b7d26d7e5327030cb77b</guid>
<pubDate>Mon, 31 Aug 2026 10:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>พระราชดำรัสในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง</p>

<p>&quot;...เด็ก ๆ สมัยนี้ก็คงเล็งเห็นแล้วว่า คนเราจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นประโยชน์และมีความสุขนั้น ต้องมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เขาก็พยายามที่จะไขว่คว้าหาด้วยสติปัญญาของตนเองว่า จะยึดเหนี่ยวสิ่งใดที่จะทำให้จิตใจสงบ เยือกเย็น และมีความสุข...&quot;</p>

<p>พระราชดำรัสในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา วันที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒</p>

<p>ที่มา : หนังสือพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/20260831e59a7a9d265ee17da0bc133626a8e002105936.jpg' type='image/jpg' length='52612' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การแผ่เมตตาอันเป็นพระพุทธโอวาท เป็นสิ่งสำคัญที่สุด และเหมาะเป็นหลักปฏิบัติสำหรับโลกปัจจุบัน]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3427/iid/534034</link>
<guid isPermaLink="false">84837d3879c485744066ef8a5a9df0ed</guid>
<pubDate>Fri, 21 Aug 2026 14:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&quot;...การแผ่เมตตาอันเป็นพระพุทธโอวาท เป็นสิ่งสำคัญที่สุด และเหมาะเป็นหลักปฏิบัติสำหรับโลกปัจจุบัน...&quot;</p>

<p>พระราชดำรัสใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง</p>

<p>&quot;...ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า การแผ่เมตตาอันเป็นพระพุทธโอวาทประการหนึ่ง เป็นสิ่งสำคัญที่สุด และเหมาะสมที่จะยึดถือเป็นหลักปฏิบัติสำหรับโลกปัจจุบัน ซึ่งกำลังทวีความรุนแรงจากการแข่งขันและการแก่งแย่งทำมาหากิน เพราะจำนวนประชากรของโลกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้จึงยากลำบากขึ้นทุกที...&quot;</p>

<p>พระราชดำรัสของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในพิธีเปิดการประชุมใหญ่ของ สถาบันแม่ชีไทย ณ สภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๖</p>

<p>ที่มา : พระราชดำรัสและพระราโชวาท กรมประชาสัมพันธ์ สำนักข่าว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/20260821709cc7aa22e3ab3b22e3340f3ba91231145058.jpg' type='image/jpg' length='50372' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงกับการเสด็จฯ เยือนสหราชอาณาจักร ๑๙ - ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๐๓]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3427/iid/533166</link>
<guid isPermaLink="false">315c6b77ebf248be5cba2fc0cef64526</guid>
<pubDate>Wed, 19 Aug 2026 14:25:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเริ่มต้นจากการค้าผ่านบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จนกระทั่งเข้าสู่สมัยรัตนโกสินทร์ที่มีการเจรจาจัดทำสนธิสัญญาเบอร์นีในสมัยรัชกาลที่ ๓ และสนธิสัญญาเบาว์ริงในสมัยรัชกาลที่ ๔ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากความสัมพันธ์ทางการค้าในอดีต สู่การเจริญสัมพันธไมตรีทางการทูต การทูตวัฒนธรรม และความร่วมมือด้านความมั่นคงของทั้งสองประเทศในเวลาต่อมา</p>

<p>เหตุการณ์ครั้งสำคัญที่บันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์โลก คือการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ระหว่างวันที่ ๑๘ ถึง ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ โดยราชสำนักอังกฤษได้จัดการรับเสด็จอย่างสมพระเกียรติขั้นสูงสุด ตั้งแต่การจัดฝูงบินขับไล่ไอพ่น ๖ ลำบินอารักขาเครื่องบินพระที่นั่ง และการเฝ้ารับเสด็จของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่ ๒ พร้อมด้วยเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ ณ สถานีรถไฟวิกตอเรีย ซึ่งเกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ เมื่อสายฝนที่ตกหนักกลับหยุดตกทันที และมีแสงแดดเจิดจ้าสาดส่องลงมาเมื่อสิ้นเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมี ตลอดจนการที่ผู้บังคับกองพันทหารอังกฤษกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ตรวจพลสวนสนามเป็นภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง ก่อนจะนำเสด็จด้วยขบวนรถม้าเปิดประทุนเข้าสู่พระราชวังบักกิงแฮม ท่ามกลางธงไตรรงค์ที่ประดับพระมหามงกุฎไทยจำลองจากองค์จริง โบกสะบัดเคียงคู่กับธงชาติสหราชอาณาจักรตลอดสองข้างทางอย่างสง่างาม</p>

<p>ตลอดระยะเวลาของการเสด็จเยือน ประมุขของทั้งสองประเทศได้ทรงร่วมกันกระชับสัมพันธไมตรีอย่างอบอุ่น ทั้งการแลกเปลี่ยนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเยี่ยมเยือนสถานที่สำคัญ โดยราชสำนักอังกฤษได้แสดงความใส่พระทัยด้วยการนำของขวัญที่รัชกาลที่ ๔ เคยถวายสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียมาประดับตกแต่งห้องทรงพระสำราญ จนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพรรณนาว่าทำให้รู้สึก &quot;เหมือนบ้าน&quot;</p>

<p>การเสด็จเยือนครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงและเป็นที่กล่าวขวัญอย่างล้นหลาม สื่อมวลชนอังกฤษต่างนำเสนอข่าวพร้อมพระบรมฉายาลักษณ์และถ้อยคำสรรเสริญในพระราชจริยวัตร โดยเฉพาะพระสิริโฉมอันงดงามของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงสร้างความประทับใจแก่ชาวอังกฤษจนพร้อมใจกันออกมาเฝ้ารับเสด็จตลอดสองฝั่งถนน แม้ในยามฝนตกกระหน่ำ ทั้งนี้ นายฮาโรลด์ แมกมิลแลน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้บันทึกด้วยความปลาบปลื้มว่า ประชาชนชาวอังกฤษออกมาต้อนรับพระประมุขของไทยด้วยความรักและน้ำใสใจจริงโดยสมัครใจ สอดคล้องกับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยว่า การเสด็จเยือนครั้งนี้ประสบผลสำเร็จเป็นอันมาก และทำให้พระราชวงศ์รวมถึงประชาชนของทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน</p>

<p>ที่มา : หนังสือนวมินทรบรมนาถราชไมตรี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/202608192c8c1a021da1701a8ecfdaefe6f61505142614.jpg' type='image/jpg' length='52665' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ฉันรักการเป็นแม่มากที่สุด” แนวทางอภิบาลพระราชโอรส-พระราชธิดา ฉบับสมเด็จแม่แห่งแผ่นดิน]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3427/iid/532473</link>
<guid isPermaLink="false">95ca1730593e44b3de0cab22ad7aa1b5</guid>
<pubDate>Mon, 17 Aug 2026 20:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;ฉันรักการเป็นแม่มากที่สุด&rdquo; พระราชดำรัสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เคยมีพระราชดำรัสไว้เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ</p>

<p>พระราชดำรัสดังกล่าวสะท้อนถึงแนวทางการอภิบาลพระราชโอรสและพระราชธิดาที่ทรงยึดมั่น และทรงภาคภูมิพระราชหฤทัยในบทบาทแห่งความเป็นแม่อย่างลึกซึ้ง แม้จะทรงมีพระราชภารกิจอันหนักยิ่งเพื่อชาติบ้านเมือง แต่ก็ไม่เคยทรงละทิ้งหน้าที่ของแม่ โดยทรงสละเวลาเพื่อดูแลทูลกระหม่อมทุกพระองค์อย่างใกล้ชิด</p>

<p>พระองค์ทรงเป็นแม่ที่เปี่ยมด้วยความรักและความอบอุ่น ทรงเป็นแบบอย่างอันดีงามในการปลูกฝังคุณธรรม ความเสียสละ และระเบียบวินัยแก่ทูลกระหม่อมทุกพระองค์เสมอมา</p>

<p>ความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์มิได้จำกัดอยู่เพียงภายในครอบครัว หากยังแผ่ไพศาลไปสู่พสกนิกรชาวไทยทุกคน ซึ่งทรงห่วงใยดุจลูกของพระองค์เอง ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงมิได้ทรงเป็นเพียงแม่ที่ดีของพระราชโอรสและพระราชธิดา หากยังทรงเป็น &ldquo;แม่ของแผ่นดิน&rdquo; ผู้สถิตอยู่ในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบนานเท่านาน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/202608178d8a930d153b50e28deabce7c980db1c201449.jpg' type='image/jpg' length='51945' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เส้นทางความภาคภูมิใจของชุดไทย จากพระราชดำริ สู่การขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3427/iid/532471</link>
<guid isPermaLink="false">f6fd533df854fa861e5ec6a818f35f8b</guid>
<pubDate>Mon, 17 Aug 2026 20:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2503 การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและยุโรปของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นำมาสู่คำถามสำคัญว่า หากสตรีไทยจะเป็นตัวแทนของชาติ ควรมีเครื่องแต่งกายที่บอกเล่าความเป็นไทยอย่างไร</p>

<p>สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญศึกษาการแต่งกายของสตรีไทยในราชสำนัก และนำรูปแบบดั้งเดิมมาประยุกต์เข้ากับวิธีการตัดเย็บสมัยใหม่ จนเกิดเป็น &ldquo;ชุดไทยพระราชนิยม&rdquo; 8 แบบ ซึ่งมิได้มุ่งเพียงความงดงาม หากยังสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยและเหมาะสมกับการใช้งานในยุคสมัยนั้น</p>

<p>ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี ชุดไทยได้พัฒนาจากฉลองพระองค์ที่ทรงในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ สู่เครื่องแต่งกายที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทยของสตรีไทย และกลายเป็นภาพจำของความเป็นไทยที่ได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลก</p>

<p>ปัจจุบัน เส้นทางของชุดไทยในฐานะตัวแทนของชาติกำลังก้าวต่อไปสู่การได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2567 เสนอ &ldquo;ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ&rdquo; เข้าสู่กระบวนการขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ UNESCO โดยมีชื่อรายการภาษาอังกฤษว่า Chud Thai: knowledge, craftsmanship and practices of the Thai national costume และอยู่ระหว่างการพิจารณาในรอบปี 2569</p>

<p>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีบทบาทสำคัญในการสืบสานและนำเสนอชุดไทยสู่บริบทร่วมสมัยและเวทีนานาชาติ ทรงพระวิริยะอุตสาหะในการศึกษา ต่อยอดองค์ความรู้ และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับยุคสมัย เพื่อสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต ตลอดจนเผยแพร่เรื่องราวของชุดไทยให้เป็นที่เข้าใจในระดับนานาชาติ</p>

<p>การเดินทางของชุดไทยสู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO หากได้รับการขึ้นทะเบียน สิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับจึงมิใช่เพียงความภาคภูมิใจ หากยังเป็นโอกาสสำคัญในการอนุรักษ์องค์ความรู้ งานช่างฝีมือ และการสืบทอดวัฒนธรรม เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จัก เข้าใจ และภาคภูมิใจในความเป็นไทยสืบไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/20260817f924dd85cab973e2d3f59b5ea907fd22201226.jpg' type='image/jpg' length='56564' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ห่านหัวสิงห์” พลิกโอกาสเกษตรกรไทย สร้างรายได้ยั่งยืน สัตว์พระราชทานจากแม่ของแผ่นดิน]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3427/iid/532470</link>
<guid isPermaLink="false">790324985d4699831a00445d3df1428b</guid>
<pubDate>Mon, 17 Aug 2026 20:11:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อปี พ.ศ. 2551 สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายไข่ &ldquo;ห่านหัวสิงห์&rdquo; จำนวน 100 ฟอง เพื่อทรงใช้ในโครงการตามพระราชดำริ โดยทรงพระราชทานให้กรมปศุสัตว์นำไปดำเนินการฟักไข่และทดลองเลี้ยง ณ โครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านยางกลาง จังหวัดอ่างทอง</p>

<p>จากการดูแลอย่างใกล้ชิด กรมปศุสัตว์สามารถฟักไข่จนได้ลูกห่านหัวสิงห์จำนวน 31 ตัว แบ่งเป็นเพศผู้ 17 ตัว และเพศเมีย 14 ตัว ก่อนมีการขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง จนภายในปีเดียวกันสามารถกระจายพันธุ์ไปยังฟาร์มตัวอย่างในพื้นที่ต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 1,039 ตัว เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงเป็นอาชีพ และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้</p>

<p>ปัจจุบัน ห่านหัวสิงห์ได้รับการพัฒนาให้เป็นพ่อแม่พันธุ์สำคัญของประเทศ โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 93 ตัว แบ่งเป็นเพศผู้ 47 ตัว และเพศเมีย 46 ตัว เลี้ยงอยู่ ณ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ท่าพระ จังหวัดขอนแก่น เพื่อใช้เป็นต้นพันธุ์ในการอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง</p>

<p>ห่านหัวสิงห์นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง ด้วยลักษณะเด่นที่เป็นห่านขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในประเทศไทยได้ดี อีกทั้งยังสามารถนำไปประกอบอาหารได้ทั้งแบบตะวันออกและตะวันตก ตอบโจทย์ทั้งด้านการบริโภคและการแปรรูปเชิงพาณิชย์</p>

<p>ความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ &ldquo;ห่านหัวสิงห์&rdquo; ในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ของแนวพระราชดำริที่มุ่งเน้นการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรทางการเกษตรอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/2026081723a13735197805ef8aef21169f4a7168201110.jpg' type='image/jpg' length='55152' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทเรียนนอกตำรา ศึกษาจากโลกจริง แนวทางอภิบาลพระราชโอรส-พระราชธิดา ฉบับสมเด็จแม่แห่งแผ่นดิน]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3427/iid/531228</link>
<guid isPermaLink="false">c4dfd6b2115ae10a1c69359c80bed599</guid>
<pubDate>Thu, 13 Aug 2026 06:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>การเรียนรู้ที่ดีที่สุดย่อมเกิดจากการได้สัมผัสและลงมือทำในสถานการณ์จริง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงนำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้ในการอภิบาลพระราชโอรสและพระราชธิดา โดยทรงใช้ &ldquo;วิถีชีวิตของประชาชน&rdquo; เป็นห้องเรียนนอกตำรา</p>

<p>ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้พระราชโอรสและพระราชธิดาทุกพระองค์ตามเสด็จฯ ไปทรงงานในถิ่นทุรกันดารอยู่เสมอ เพื่อให้ได้ทอดพระเนตรวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ที่แท้จริงของราษฎร การตามเสด็จฯ ไปยังพื้นที่จริงไม่เพียงทำให้ทรงเรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหาและรับฟังความเดือดร้อนของพสกนิกรอย่างใกล้ชิด หากยังเป็นการฝึกความอดทนและปลูกฝังความเสียสละเพื่อส่วนรวม</p>

<p>ดังเป็นที่ประจักษ์ว่า พระราชโอรสและพระราชธิดาทุกพระองค์ต่างทรงเจริญรอยตามพระยุคลบาท และทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/202608135508ba27ce73d3c6df2a531f81230628060533.jpg' type='image/jpg' length='59493' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงคือรากฐานสำคัญของการเจริญเติบโต]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3427/iid/531227</link>
<guid isPermaLink="false">3ed578c940ea05966c1748b85d6ab002</guid>
<pubDate>Thu, 13 Aug 2026 06:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงทรงใส่พระราชหฤทัยในการอภิบาลพระราชโอรสและพระราชธิดาให้มีสุขภาพกายและใจที่เบิกบานอยู่เสมอ</p>

<p>ในช่วงเช้าของวันหยุด พระองค์ทรงสนับสนุนให้ทูลกระหม่อมทุกพระองค์เสด็จออกกลางแจ้ง เพื่อให้พระวรกายได้รับอากาศบริสุทธิ์และแสงแดดยามเช้าอย่างเต็มที่ ทรงเปิดโอกาสให้พระราชโอรสและพระราชธิดาทรงเล่นอย่างอิสระและมีความสุข โดยโปรดให้ออกกำลังพระวรกาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นฟุตบอล ว่ายน้ำ แบดมินตัน หรือแม้แต่การวิ่งเล่นและปีนต้นไม้ อย่างสนุกสนานจนกว่าจะถึงเวลาเสวยพระกระยาหารมื้อสาย</p>

<p>แนวทางอภิบาลนี้ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและความแข็งแรงของพระวรกายเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ทรงมีพระอารมณ์แจ่มใส นับเป็นแนวทางอันอบอุ่นและเรียบง่ายที่ทุกครอบครัวสามารถนำไปปรับใช้ เพื่อเสริมสร้างพื้นฐานสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/20260813b583cf6c2a47f943f2e4f9ace070b974060406.jpg' type='image/jpg' length='63867' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การสอนให้รู้จักรับมือและควบคุมอารมณ์ ถือเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโต]]></title>
<link>https://www.queensirikit.th/th/content/category/detail/id/3427/iid/531226</link>
<guid isPermaLink="false">f733e2402fa8fc13981a52d2f4307e3a</guid>
<pubDate>Thu, 13 Aug 2026 05:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระกุศโลบายในการอภิบาลพระราชโอรสและพระราชธิดาในเรื่องนี้ได้อย่างแยบคายและเปี่ยมด้วยพระเมตตา</p>

<p>เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ หากทูลกระหม่อมพระองค์ใดทรงแสดงพระอารมณ์หรือพระอาการที่ไม่เหมาะสม แทนที่จะทรงดุหรือทรงลงโทษ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงจะทรงเลือกใช้วิธี &ldquo;ทรงแสดงพฤติกรรมเช่นนั้นให้ทอดพระเนตร&rdquo; เพื่อเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนให้เห็นภาพการกระทำของพระองค์เอง</p>

<p>เมื่อทูลกระหม่อมทอดพระเนตรเห็นแล้ว สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงจึงมีพระราชดำรัสถามอย่างมีเหตุผลว่า การกระทำเช่นนี้ดีหรือไม่ หากเห็นว่าไม่ดีก็ไม่ควรกระทำ</p>

<p>แนวทางอภิบาลดังกล่าวช่วยให้ทรงตระหนักรู้และปรับปรุงพฤติกรรมได้ด้วยพระองค์เอง ส่งผลให้เมื่อทรงเจริญวัยขึ้น ทุกพระองค์สามารถทรงควบคุมพระอารมณ์ได้เป็นอย่างดี นับเป็นจิตวิทยาการอบรมที่ล้ำลึก อ่อนโยน และเปี่ยมประสิทธิผลอย่างยิ่ง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.queensirikit.th/th/file/get/file/2026081341b27f92589b0cfc49d008d2ac446363055303.jpg' type='image/jpg' length='56590' />
</item>
</channel>
</rss>
