ในบันทึกเล่มนั้น…มีน้ำตาของประชาชน

เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ จะทรงมีกล้องถ่ายภาพประจำพระองค์ ขณะที่สมเด็จพระพันปีหลวงจะทรงมี “สมุดบันทึก” ติดพระองค์อยู่เสมอ เพื่อบันทึกรายละเอียดของวิถีชีวิต และจดสิ่งที่ทรงพบเห็นจริงให้ครบถ้วนที่สุด

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เคยเล่าว่า “ในสมุดบันทึกนั้น ไม่ใช่เพียงการจดชื่อหรือเหตุการณ์เท่านั้น แต่เป็นการบันทึก ภาพของประชาชน ไว้อย่างที่ทรงเห็นจริง ๆ เช่น ผู้หญิงสวมเสื้อสีขาว ผมยาว น้ำตาไหล เพราะกำลังมากราบบังคมทูลเรื่องลูกป่วยหนัก หรือเด็กที่มีร่างกายเขียวจากอาการเจ็บป่วย พระองค์จะทรงจดบันทึกไว้อย่างละเอียดทั้งหมด”

การเสด็จฯ ลงพื้นที่มิใช่เรื่องสบาย เสด็จออกตั้งแต่กลางวัน และเสด็จกลับถึงพระตำหนักในยามค่ำ บางครั้งดึกถึงตีหนึ่งตีสอง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ประชาชนที่มารอเข้าเฝ้าฯ ได้เห็นพระองค์ และเพื่อให้แพทย์หลวงได้ดูแลผู้เจ็บไข้

บางครั้งเสด็จฯ ด้วยเฮลิคอปเตอร์ แต่ต้องกลับโดยรถยนต์ เพราะดึกแล้วเฮลิคอปเตอร์บินขึ้นไม่ได้ บางครั้งเฮลิคอปเตอร์ลงจอดปุ๊บ ลูกเห็บตกปั๊บ ยังไม่ทันลงจากเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งด้วยซ้ำ

พระเจ้าอยู่หัวทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเอง ไม่รู้หรอกว่าพระองค์จะเสด็จฯ ไปไหน… ตำรวจก็ไม่รู้ ชาวบ้านยังไม่รู้เลยว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดิน”

...บันทึกเหล่านั้นจึงไม่ใช่เพียงสมุดจดเรื่องราว แต่คือหลักฐานแห่งพระเมตตา และความตั้งพระราชหฤทัยที่จะเข้าใจความเป็นอยู่ ความทุกข์ และปัญหาของประชาชนอย่างละเอียด เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเสมอมา

ที่มา: บทสัมภาษณ์ท่านผู้หญิง จรุงจิตต์ ทีขะระ และ Facebook มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar