กรมการขนส่งทหารบก ซักซ้อมกำลังพลอัญเชิญราชยาน เตรียมพร้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ให้สง่างามสมพระเกียรติ
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น.กรมการขนส่งทหารบก ดำเนินการฝึกซ้อมกำลังพลเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ สำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเป็นการซักซ้อมตามลำดับขั้นตอนราชประเพณี เพื่อให้ทุกภารกิจเป็นไปด้วยความพร้อมเพรียง ถูกต้อง และสมพระเกียรติสูงสุด
การฝึกซ้อมครั้งนี้ มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังพล ระเบียบการเคลื่อนริ้วขบวน ความแม่นยำของจังหวะ และการทำงานร่วมกันของกำลังพลในแต่ละชุดปฏิบัติ โดยในช่วงการฝึกดังกล่าวยังเป็นการซักซ้อมตามขั้นตอนปกติ กำลังพลยังไม่ได้แต่งเครื่องแบบราชพิธี แต่ดำเนินการฝึกภายใต้มาตรฐานเดียวกับภารกิจจริง เพื่อสร้างความพร้อมสูงสุดก่อนเข้าสู่การซ้อมเต็มรูปแบบจากแนวทางการฝึก หน่วยได้จำลองภารกิจตามลักษณะการปฏิบัติจริง ทั้งการประจำตำแหน่ง การเคลื่อนริ้วขบวน และการฝึกอัญเชิญตามหน้าที่ของกำลังพลแต่ละชุด โดยเฉพาะการควบคุมจังหวะละความต่อเนื่องของริ้วขบวน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพระราชพิธีที่ต้องอาศัยความพร้อมเพรียงอย่างสูง
นอกจากนี้ การฝึกซ้อมยังให้ความสำคัญกับการเตรียมสภาพร่างกายของกำลังพล โดยกำหนดน้ำหนักของราชยานฝึกซ้อมและภาระในการอัญเชิญให้มากกว่าหรือใกล้เคียงกับสภาพการปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดความคุ้นชินต่อแรงกด น้ำหนัก และการเคลื่อนที่ในระยะเวลาต่อเนื่อง อันเป็นการเสริมสร้างทั้งความแข็งแรง ความอดทน และความมั่นใจในการปฏิบัติภารกิจเมื่อถึงวันซ้อมใหญ่และวันปฏิบัติจริง ตลอดการฝึกซ้อม กำลังพลต้องปฏิบัติหน้าที่กลางพื้นที่เปิด ภายใต้สภาพอากาศและแสงแดดในช่วงกลางวัน แต่ยังคงรักษาระเบียบความสง่างาม และความพร้อมเพรียงของริ้วขบวนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความทุ่มเทและความรับผิดชอบต่อภารกิจสำคัญของประเทศ สำหรับกำลังพลการได้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ถือเป็นเกียรติสูงสุดครั้งหนึ่งในชีวิตราชการ และเป็นโอกาสอันทรงคุณค่าที่หาได้ยากในการร่วมถวาย งานตามแบบราชประเพณี
อันสะท้อนถึงความจงรักภักดี ความเสียสละ และความภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์
ทั้งนี้ ทุกขั้นตอนของการฝึกซ้อมยังคงดำเนินไปอย่างเข้มงวด รอบคอบ และให้ความสำคัญสูงสุดต่อความถูกต้องตามแบบราชประเพณี เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจเป็นไปอย่างสมพระเกียรติและสง่างามตามธรรมเนียมแห่งพระราชพิธีไทย
ด้านพันโท สุรัก สรราช ผู้บังคับกองพันทหารขนส่ง เปิดเผยว่า ก่อนเข้าสู่การฝึกในแต่ละวัน กำลังพลทุกนายจะต้องผ่านขั้นตอนการเตรียมร่างกายอย่างเหมาะสม เนื่องจากหากร่างกายไม่พร้อม อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บ โดยเฉพาะบริเวณบ่าและกล้ามเนื้อส่วนที่ต้องรองรับน้ำหนัก จากนั้นจะเริ่มฝึกในท่าอยู่กับที่ ก่อนพัฒนาไปสู่การฝึกในท่าเคลื่อนที่ตามลำดับ
สำหรับแผนการฝึกซ้อม ในช่วงแรกกำหนดฝึกจำนวน 4 วันต่อสัปดาห์ และจัดวันพักร่างกาย 1 วัน เพื่อให้กำลังพลได้ฟื้นฟูสมรรถภาพ ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ และรักษาประสิทธิภาพในการฝึกอย่างต่อเนื่อง
ด้านการดูแลขวัญกำลังใจและความพร้อมของกำลังพล หน่วยได้ปรับรูปแบบการฝึกให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ โดยดำเนินการฝึกภายในพื้นที่โรงจอดรถของหน่วย ซึ่งมีอากาศปลอดโปร่งและมีลมพัดผ่าน ช่วยลดผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนระหว่างการฝึก
ส่วนการใช้อุปกรณ์ในฝึกซ้อมที่มีน้ำหนักมากกว่าการใช้งานจริงนั้น เป็นการเตรียมความพร้อมรองรับภารกิจจริง เนื่องจากพระราชยานบางองค์อาจมีน้ำหนักถึงประมาณ 2 ตัน หน่วยจึงจำเป็นต้องฝึกเผื่อสภาพการปฏิบัติจริง ทั้งในด้านการรองรับน้ำหนัก และระยะเวลาการยืนหรือปฏิบัติหน้าที่ที่อาจยาวนานกว่าการฝึกซ้อม
ขณะเดียวกัน จากการคัดเลือกกำลังพลเข้าร่วมภารกิจ พบว่ากำลังพลของกรมการขนส่งทหารบก ได้รับแรงบันดาลใจและคำบอกเล่าจากรุ่นพี่ที่เคยปฏิบัติหน้าที่มาก่อนว่า การได้ร่วมปฏิบัติภารกิจพระราชพิธีถือเป็นความภาคภูมิใจ ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และวงศ์ตระกูล
ทั้งนี้ การฝึกซ้อมยังยึดแนวทางการปฏิบัติตามระยะเส้นทางจริง และบางช่วงมีการฝึกมากกว่าระยะจริง เพื่อเสริมสร้างความพร้อมและความมั่นใจให้กำลังพลสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างสมบูรณ์เมื่อถึงงานพระราชพิธีอันสำคัญ