กรมอู่ทหารเรือ สืบสานศาสตร์และศิลป์โบราณราชประเพณี ถักทอเชือกฉุดชักราชรถด้วย “ใจภักดิ์” ทุกขั้นตอนต้องสมบูรณ์แบบเพื่อเทิดพระเกียรติอย่างสูงสุด
กรมอู่ทหารเรือได้รับเกียรติให้เป็นหน่วยงานผู้จัดทำเชือกฉุดชักราชรถจากกรมศิลปากร ที่จะใช้ในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยชูจุดเด่นการผสานองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมทางเรือเข้ากับงานประณีตศิลป์ไทยโบราณ พร้อมสืบทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นไม่ให้สูญหาย
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นาวาเอก ชลัมพ์ โสมาภา ผู้อำนวยการกองโรงงานอู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ เปิดเผยว่า กรมอู่ทหารเรือเป็นหน่วยงานทางช่างที่มีองค์ความรู้ด้านการถักทอเชือกขนาดใหญ่ในวิชาชีพทหารเรือมาตั้งแต่โบราณ ด้วยองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านงานเชือก กรมอู่ทหารเรือจึงมีบทบาทสำคัญในการจัดทำเชือกฉุดชักราชรถสำหรับพระราชพิธีครั้งนี้
เชือกฉุดชักราชรถมีทั้งหมด 4 ชุด แบ่งเป็นชุดซ้อม 2 ชุด และชุดจริง 2 ชุด โดยชุดซ้อมชุดแรกได้ส่งมอบให้กรมสรรพาวุธทหารบกนำไปใช้ฝึกซ้อมเรียบร้อยแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนชุดซ้อมชุดที่ 2 จะทยอยส่งมอบให้กรมสรรพาวุธทหารบกต่อไป สำหรับชุดจริงชุดแรก ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ คาดว่าจะสามารถส่งมอบได้ภายในกลางเดือนสิงหาคม เพื่อใช้ในการซ้อมใหญ่และในวันพระราชพิธีจริง
นาวาตรี บุญเลิศ กาวไธสง หัวหน้านายช่างโรงงานช่างเย็บ แผนกโรงงานเบ็ดเตล็ด กองโรงงานอู่ทหารเรือธนบุรี อธิบายถึงรายละเอียดทางเทคนิคและการเก็บรักษาว่า เชือกทั้งหมดผลิตจากวัสดุธรรมชาติ คือ “เชือกมะนิลา” การผลิตเชือก 1 ชุด ต้องใช้กำลังพลประมาณ 19-20 นาย ประกอบด้วยช่างจากโรงงานเชือกรอกและการอู่ฯ และเจ้าหน้าที่ช่างเย็บ โดยเชือกแต่ละชุด ทั้งชุดซ้อมและชุดจริง ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 2-3 เดือน
สำหรับเชือกเส้นที่ยาวที่สุดคือเชือกฉุดด้านหน้าของพระมหาพิชัยราชรถ มีความยาวถึง 40.25 เมตร ก่อนนำไปใช้งานจริง เชือกทุกเส้นจะต้องผ่านการทดสอบแรงดึงในห้องปฏิบัติการ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด และภายหลังการผลิตจะถูกจัดเก็บในคลังที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นอย่างเข้มงวด
ทุกขั้นตอนต้องสมบูรณ์แบบเพื่อเทิดพระเกียรติอย่างสูงสุด เชือกทุกเส้นต้องมีความสมบูรณ์พร้อมทั้งด้าน “ศาสตร์” คือความแข็งแรงตามหลักวิศวกรรม และด้าน “ศิลป์” คือความงดงามประณีตตามแบบโบราณราชประเพณี ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมที่ไม่สามารถใช้เครื่องจักรทดแทนได้ นอกจากนี้ กรมอู่ทหารเรือยังได้จัดทำคู่มือและเอกสารการจัดการความรู้ (KM) ตลอดจนเปิดหลักสูตรฝึกอบรมช่างรุ่นใหม่ เพื่อสืบทอดวิชาช่างเย็บและวิชาเชือกไม่ให้สูญหายไปจากแผ่นดิน
ด้านรายละเอียดของเชือกฉุดชักราชรถและความภาคภูมิใจของช่างทหารเรือ เรือเอก ศักดิ์มีชัย ประไพวงศ์ รักษาราชการนายช่างโรงงานเชือกรอกและการอู่ฯ เปิดเผยว่า การคัดเลือกเชือกทุกเส้นจะต้องได้มาตรฐาน ก่อนนำมาตัดและถักห่วงคล้องไหล่ รวมถึงประกอบตะขอเหล็กที่ปลายเชือกเพื่อรองรับแรงดึงและใช้ยึดกับองค์ราชรถ จากนั้นช่างเย็บจะสอยเย็บผ้าแดงหุ้มตัวเชือกอย่างประณีต โดยเชือกทุกเส้นจะเป็นสีแดงตามโบราณราชประเพณี
สำหรับจำนวนและขนาดเชือกที่ใช้กับองค์ราชรถและเกรินต่าง ๆ มีดังนี้
• พระมหาพิชัยราชรถ ใช้เชือกฉุดด้านหน้าขนาดเส้นรอบวง 4.5 นิ้ว ความยาว 40.25 เมตร จำนวน 4 เส้น แต่ละเส้นมีห่วงคล้องไหล่ 43 ห่วง ใช้กำลังพลฉุดเส้นละ 43 นาย รวม 172 นาย ส่วนเชือกด้านหลังมี 2 เส้น แต่ละเส้นมีห่วงคล้องไหล่ 22 ห่วง ใช้กำลังพลฉุดเส้นละ 22 นาย รวม 44 นาย
• ราชรถน้อย ใช้เชือกด้านหน้า 4 เส้น แต่ละเส้นมีห่วงคล้องไหล่ 14 ห่วง ใช้กำลังพลรวม 56 นาย ส่วนเชือกด้านหลัง 2 เส้น แต่ละเส้นมีห่วงคล้องไหล่ 9 ห่วง ใช้กำลังพลรวม 18 นาย
• เกรินบันไดนาค ใช้เชือกด้านหน้า 2 เส้น แต่ละเส้นมีห่วงคล้องไหล่ 5 ห่วง ใช้กำลังพลรวม 10 นาย ส่วนเชือกด้านหลัง 2 เส้น แต่ละเส้นมีห่วงคล้องไหล่ 2 ห่วง ใช้กำลังพลรวม 4 นาย
• ราชรถปืนใหญ่รางเกวียน ใช้เชือกด้านหน้า 2 เส้น แต่ละเส้นมีห่วงคล้องไหล่ 15 ห่วง ใช้กำลังพลรวม 30 นาย ส่วนเชือกด้านหลัง 2 เส้น แต่ละเส้นมีห่วงคล้องไหล่ 6 ห่วง ใช้กำลังพลรวม 12 นาย
“อยากให้ประชาชนชาวไทยทราบว่า เชือกทุกเกลียวที่ถักทอขึ้นมานั้นเกิดจากความตั้งใจ สมาธิ และหยาดเหงื่อของช่างทุกคนที่ทำงานด้วยใจ ทุกคนมองว่านี่ไม่ใช่เพียงหน้าที่ แต่เป็นเกียรติยศสูงสุดในชีวิตและวงศ์ตระกูล ที่ได้มีโอกาสถวายงานแด่พระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย” เรือเอก ศักดิ์มีชัย กล่าวทิ้งท้าย