สมาคมส่งเสริมผ้าไหมฯ นำคณะทูตานุทูตสัมผัสมรดกไทย ณ ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ยกระดับ
“ผ้าไหมไทย” เชื่อมสัมพันธ์โลก เตรียมจัดงานใหญ่ มิ.ย. นี้
วันนี้ ( 15 พ.ค. 69 ) สมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย จัดกิจกรรมสัมผัสมรดกไทย
สำรวจเส้นทางมรดกผ้าไหมไทย และมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ นำโดยนายกิตติ (เอ็ดเวิร์ด) ประทีปนาฏศิริ นายกสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย นำคณะทูตานุทูตและสมาชิก เข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ภายในจัดการแสดงเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ชมงานประณีตศิลป์ของไทย งานปักผ้าและงานปักไหมที่ละเอียดประณีต งานถมทอง เครื่องเงิน เครื่องทอง ซึ่งทุกผลงานมีเรื่องราวเบื้องหลังที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทของช่างฝีมือผู้สร้างสรรค์
ต่อมาคณะทูตานุทูตได้เข้าชมอาคารเรียนรู้เรื่องโขน สัมผัสความยิ่งใหญ่ของศิลปกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการแสดงโขนพระราชทาน ตั้งแต่ฉาก หัวโขน และพัสตราภรณ์อันวิจิตร เยี่ยมชมประติมากรรมหนุมานขนาด 15 เมตรและนางผีเสื้อสมุทร พร้อมรับชมการแสดงโขนตอนพิเศษ “หนุมานรบไมยราพ” ซึ่งสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของศิลปะการแสดงชั้นสูงที่ได้รับการทำนุบำรุงโดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
นอกจากนี้ คณะทูตานุทูตยังได้ร่วมชมการสาธิตงานหัตถกรรมโบราณ ทั้งการปักผ้าและการทอผ้าไหม พร้อมสนับสนุนผลิตภัณฑ์คุณภาพจากช่างฝีมือในโครงการศิลปาชีพฯ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความประทับใจในความงดงามของผ้าไหมไทย แต่ยังเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงวางรากฐานการรักษาศิลปาชีพให้เป็นมรดกอันล้ำค่าของชาติ
สำหรับกิจกรรมในวันนี้ นายกิตติ (เอ็ดเวิร์ด) ประทีปนาฏศิริ นายกสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย เปิดเผยว่า คณะทูตานุทูตและสมาชิกจะได้เรียนรู้และเข้าใจถึงคุณค่า ความประณีต และประวัติศาสตร์ของผ้าไหมไทย ก่อให้เกิดความประทับใจและการยอมรับในความสวยงาม ตลอดจนมุ่งส่งเสริมให้เห็นว่าผ้าไหมไทย มิได้เป็นเพียงแค่ “วัตถุดิบ” ในการตัดเย็บ แต่เป็น “สะพานเชื่อมความสัมพันธ์” ระหว่างประเทศไทยกับนานาชาติ โดยหลังจากนี้ คณะทูตานุทูตจะได้สวมใส่ผ้าไหมไทยและทำหน้าที่เผยแพร่มรดกไทยให้ประจักษ์ไปทั่วโลก
สำหรับในปี 2569 งาน “มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก” มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ณ หอประชุมกองทัพเรือ โดยผู้จัดงานได้เรียนเชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดงาน เพื่อร่วมแสดงพลังขับเคลื่อน Soft Power ไทยสู่เวทีสากล ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยกว่า 72 แห่ง และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์อีก 18 แห่ง เอกอัครราชทูตและคู่สมรสร่วมเป็นนางแบบและนายแบบกิตติมศักดิ์จาก 36 ประเทศ งานครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับผ้าไหมไทย จากทุนทางวัฒนธรรมสู่พลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทยและร่วมกันสืบสานอัตลักษณ์ไทยสู่สายตาชาวโลก