สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีปักหมุดวางผังก่อสร้างพระเมรุมาศ ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
วันนี้ (๒๓ ก.พ. ๖๙) เวลา ๑๓.๓๐ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีปักหมุดวางผังก่อสร้างพระเมรุมาศ ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ท้องสนามหลวง โดยมี ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการกรมศิลปากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าฯ รับเสด็จ
ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ดำเนินการออกแบบ และจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บัดนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุมัติให้จัดสร้างตามรูปแบบที่รัฐบาลกราบบังคมทูลพระกรุณาแล้ว จึงจัดให้มีพิธีปักหมุดวางผังก่อสร้างพระเมรุมาศตามโบราณราชประเพณี และจะเข้าสู่ขั้นตอนการก่อสร้างโครงสร้างหลัก งานสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และงานภูมิสถาปัตย์ ตามลำดับ ซึ่งจะดำเนินการให้สมพระเกียรติสูงสุด โดยการก่อสร้างทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม ๒๕๖๙ จากนั้นรัฐบาลจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย เพื่อกำหนดวันประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพต่อไป
ซึ่งในการประกอบพิธีปักหมุดวางผังก่อสร้างพระเมรุมาศ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสุหร่ายหมุด และเครื่องมือช่าง จากนั้นพระราชทานหมุดให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำไปตอกหมุดทั้ง ๔ ทิศ ตัวหมุดทำจากไม้มงคล คือ ไม้สัก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๔ เซนติเมตร ยาว ๒๙ เซนติเมตร เหลาปลายแหลมด้านหนึ่ง เครื่องมือที่ใช้ตอก คือ ไม้สามเกลอ ทำจากไม้สักเช่นกัน ความยาว ๓๙ เซนติเมตร ทำมือจับสามด้าน สามเกลอเป็นเครื่องมือสำหรับตอกเสาหรือเสาเข็มไม้ลงพื้นดิน สำหรับการก่อสร้างอาคารจะมีขนาดใหญ่ จึงทำมือจับไว้สามด้าน สำหรับให้ช่างก่อสร้างช่วยกันจับและตอกเป็นจังหวะพร้อมกัน จึงเรียกว่า “สามเกลอ” ไม้สามเกลอในพิธีนี้ ถือเป็นตัวแทนของเครื่องมือช่างทุกแขนง สำหรับในการบวงสรวงไหว้ครูช่าง ซึ่งมีพระวิษณุกรรมเป็นประธานของครูเทวดาทั้งหลาย สำหรับตำแหน่งปักหมุดทำเป็นแท่นที่ ๔ ตำแหน่ง กำหนดจากตำแหน่งเสาโครงสร้างหลัก ๔ มุมของพื้นที่กลางพระเมรุมาศ การตอกหมุดเริ่มจากตำแหน่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วเวียนประทักษิณหรือเวียนขวาไปจนครบ ตำแหน่งเริ่มต้นนี้เป็นคติเดียวกันกับการตั้งเสาหรือยกเสาเอกของอาคาร การปักหมุดถือเป็นขั้นตอนแรกของการก่อสร้างอาคารคือเป็นการกำหนดตำแหน่งเสาโครงสร้างต่าง ๆ เพื่อให้สามารถก่อสร้างได้อย่างถูกต้องตามรูปแบบ
สำหรับการก่อสร้าง พระเมรุมาศในครั้งนี้ นอกจากเป็นการปักหมุดวางผังตามกระบวนการก่อสร้างแล้ว ยังเป็นพิธีบวงสรวงบอกกล่าวแก่เทพเทวาในสถานที่และทั่วแผ่นดิน ขออนุญาตดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศ ขอความเป็นสวัสดิมงคลให้การก่อสร้างราบรื่น ปราศจากอุปสรรค สำเร็จตามวัตถุประสงค์ และเป็นการบวงสรวงสักการะดวงพระวิญญาณสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช พร้อมกันนี้ ยังถือเป็นการไหว้ครูช่างของคณะทำงานจัดสร้างพระเมรุมาศด้วย
กรมศิลปากรได้ยึดหลักการออกแบบพระเมรุมาศให้ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี และมีความงดงามทางรูปแบบศิลปกรรม สื่อแนวคิดสะท้อนถึงพระราชจริยาวัตรและพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย พระเมรุมาศที่จัดสร้างในครั้งนี้มีส่วนยอดเป็นทรงมงกุฎแปลง ตามอย่างเครื่องศิราภรณ์ของเจ้านาย ประกอบด้วยหลังคาซ้อน ๗ ชั้นเชิงกลอนเสมอด้วยพระมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ส่วนปลียอดเป็นรูปพรหมพักตร์ สื่อถึงการเสด็จสู่พรหมโลกหลังการสวรรคตและสื่อถึงพระราชสมัญญา “แม่ของแผ่นดิน” ที่ยอดบนสุดของพระเมรุมาศประดับนพปฎลมหาเศวตฉัตร หรือ ฉัตร ๙ ชั้น เพื่อแสดงถึงพระบรมราชอิสริยยศชั้นสูงสุด
พระเมรุมาศมีแผนผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทรงปราสาท ออกมุข ๔ ด้าน ตั้งอยู่เหนือฐานชาลา ๒ ชั้น ที่ตกแต่งด้วยรูปเทวดาสื่อถึงการเสด็จสู่สวรรคาลัย หลังคาสีฟ้าหม่น สลับสีปีกแมลงทับ หน้าบัน แต่ละด้านประดับอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. บนพื้นสีฟ้า เป็นสีประจำวันศุกร์ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ พื้นหลังสีชมพูซึ่งเป็นสีแห่งศรีของวันพระราชสมภพ ซุ้มหน้าบันจัดสร้างในลักษณะซุ้มหน้านางซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงมงกุฎและสร้อยพระศอที่เคยทรงขณะดำรงพระชนมชีพ ส่วนลายประกอบสำหรับตกแต่งพระเมรุมาศได้รับแรงบันดาลใจมาจากพรรณไม้ต่าง ๆ ที่เนื่องด้วยพระนาม “สิริกิติ์” ฉากบังเพลิง จัดปักโดยฝีมือช่างสถาบันสิริกิติ์ ซึ่งถือกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ภูมิทัศน์โดยรอบพระเมรุมาศจัดวางตามแนวคิดภูมิจักรวาล ประดับด้วยสระทรงกลมรายรอบด้วยรูปสัตว์หิมพานต์และตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ สื่อถึงพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์การแสดงโขน นอกจากนั้นยังมีสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ได้แก่ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร และทิม สำหรับเป็นที่ประทับและรับรองทูตานุทูตตลอดจนแขกที่ได้รับเชิญเข้าร่วมพระราชพิธี
///////